5 ข้อควรรู้ก่อนทาน “ทุเรียน” ทานไม่ระวังเสี่ยงเสียชีวิต

ช่วงนี้อากาศบ้านเราร้อนจริงๆ ว่าไหมคะ มีข่าวคนเสียชีวิตจากอากาศร้อน หรือ ฮีทสโตรก ก็มากมาย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยทีเดียว (อ่าน “4 โรคอันตราย ที่มาพร้อม แดด และ อากาศร้อนอบอ้าว” และ “6 กลุ่มเสี่ยง “โรคลมแดด” ร้อนถึงตาย อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม” ที่นี่) แต่สิ่งที่ดีของอากาศร้อนคือ ผลไม้หน้าร้อนผลิดอกออกผลให้เราเลือกทานมากมาย โดยเฉพาะ “ทุเรียน”

แต่ทราบหรือไม่คะว่า ทุเรียน ถึงจะอร่อยดีมีประโยชน์ แต่หากไม่ถูกวิธีก็เป็นอันตรายต่อชีวิตได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก่อานทานทุเรียน เรามาอ่าน “5 ข้อควรรู้ก่อนทานทุเรียน” กันก่อนดีกว่าค่ะ

1. ทุเรียน เป็นผลไม้ที่แคลอรี่สูง เพราะทุเรียน 4-6 เม็ด ให้ปริมาณแคลอรี่ถึง 400 กิโลแคลอรี่ เทียบเท่าน้ำอัดลม 2 กระป๋อง หรือข้าว 1 จานเต็มๆ เพราะฉะนั้นทานเพลินระวังน้ำหนักขึ้นนะเออ

2. ทุเรียน มีปริมาณน้ำตาลสูงมากอีกเช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวานเลี่ยงได้ก็ควรจะเลี่ยง (อ่าน “หยุดแชร์! ทุเรียน ลดเบาหวาน เสี่ยงน้ำตาลในเลือดสูง” ที่นี่)

3. นอกจากผู้ป่วยโรคเบาหวานแล้ว ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง หัวใจ เส้นเลือด และไขมันในเลือด ควรทานทุเรียนให้น้อยที่สุด

4. ทุเรียน เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ทานเพียวๆ ก็มีฤทธิ์ร้อนอยู่แล้ว หากทานพร้อมกับแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆ ก็ตาม จะยิ่งทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายมากขึ้น ร่างกายจะเกิดความร้อนสูง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

5. ในเมื่อทุเรียนให้พลังงานสูง ดังนั้นมื้อใด หรือวันไหนที่ทานทุเรียน ควรหลีกเลี่ยงอาหารอื่นๆ ที่ให้พลังงานสูงด้วยเช่นกัน เช่น อาหารประเภททอด อาหารที่ปรุงด้วยกะทิ อาหารหวานมันอื่นๆ หรือลองลดปริมาณอาหารลงส่วนหนึ่งในมื้อถัดไป ถ้าเป็นไปได้ควรออกกำลังกายเพิ่มด้วย เพื่อเผาผลาญพลังงานที่ได้รับเพิ่มเข้าไป

เราไม่ได้ห้ามว่า ห้ามทานทุเรียน แต่ก่อนทานทุเรียนจะต้องมีสติให้มากๆ รู้ตัวว่าทานไปมากเท่าไรแล้ว ห้ามปากห้ามใจตัวเองได้ พร้อมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากทำได้ตามนี้ รับรองว่าทานทุเรียนได้อิ่มอร่อย ปลอดภัยต่อร่างกาย ไม่มีเรื่องต้องกังวลใจแน่นอนค่ะ

ประโยชน์ของมะละกอ ผลไม้เพื่อสุขภาพ ต้านโรคได้

มะละกอ ผลไม้ที่สามารถทานได้ทั้งดิบและสุก ซึ่งก็มีรสชาติอร่อย และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทานแบบสดๆ นำมาทำส้มตำ หรือเป็นส่วนประกอบของอาหารก็ตาม และนอกจากการนำมาใช้ประโยชน์แล้ว มะละกอก็ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่จะช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงและต้านโรคร้ายได้อีกด้วย โดยประโยชน์ของมะละกอก็มีดังนี้

ต้านมะเร็ง

จากการวิจัยพบว่า มะละกอมีสารไลโคปีน ที่จะช่วยในการต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก จึงควรทานมะละกอให้มากขึ้น นอกจากนี้ก็พบว่าเมล็ดมะละกอสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งได้อีกด้วย จึงมีการนำเมล็ดมะละกอมาสกัดเพื่อเป็นยาบรรเทาอาการมะเร็งนั่นเอง

บำรุงหัวใจ

มะละกอ มีส่วนช่วยในการบำรุงหัวใจให้แข็งแรง และสามารถป้องกันการเกิดไขมันอุดตันเส้นเลือด หรือโรคหัวใจขาดเลือดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในคนที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว การทานมะละกอบ่อยๆ ก็สามารถบรรเทาอาการของโรคหัวใจได้เหมือนกัน แม้จะไม่สามารถทำให้หายขาดได้ แต่เมื่อทานควบคู่ไปกับการรักษาทางแพทย์ ก็จะให้ผลลัพธ์ที่ดีไม่น้อย

ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

เนื่องจากมะละกอเป็นผลไม้ที่ย่อยง่าย จึงทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสารอาหารและวิตามินในมะละกอ ก็สามารถถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย จึงให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้เต็มที่สุดๆ

เสริมสร้างความจำและบำรุงสมอง

มะละกอ อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารมากมาย ที่จะช่วยเสริมสร้างความจำและบำรุงสมองได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ความจำดีขึ้น แถมลดความเสี่ยงการเป็นอัลไซเมอร์และช่วยให้สมองเกิดความผ่อนคลายอีกด้วย โดยเฉพาะวัยเรียนและวัยทำงานที่ต้องใช้สมองและความคิดมากเป็นพิเศษไม่ควรพลาดที่จะทานมะละกอเด็ดขาด

บรรเทาอาการท้องผูก

มะละกอมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ และมีเส้นใยสูง จึงสามารถบรรเทาอาการท้องผูกได้ดี แถมยังลดความเสี่ยงการเป็นโรคริดสีดวงทวารอีกด้วย ดังนั้นสำหรับใครที่มีปัญหาท้องผูกเป็นประจำ การทานมะละกอก็จะช่วยแก้อาการท้องผูกได้อย่างดีเยี่ยม และสามารถปรับระบบการขับถ่ายให้เป็นปกติได้ดี

แค่ทานมะละกอเป็นประจำ ก็จะช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงขึ้นได้ และสามารถต้านโรคร้ายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะโรคมะเร็ง และเพื่อให้ได้ประโยชน์ของมะละกอมากที่สุด ควรทานมะละกอสุกมากกว่ามะละกอดิบ เนื่องจากจะมีวิตามินและสารอาหารสูงกว่า แถมทานง่าย ย่อยง่ายและอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารอีกด้วย ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี หันมาทานมะละกอบ่อยๆ กันเถอะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

10 เคล็ดลับ “เที่ยวคนเดียว” ยังไงให้รอด!

ใครที่อยากเที่ยวคนเดียวแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้ไหม เรามี 10 เคล็ดลับการเที่ยวแบบลำพังให้รอด จาก ยูสรา ซากิ  รองบรรณาธิการเกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวของ Gulf News มาฝากกัน ดังนี้

1.ทดลองไปกับทัวร์ดูก่อน

ถ้ารู้สึกกลัวหรือหวั่นๆ กับการออกทริปคนเดียว ก็อาจจะทดลองไปกับทัวร์มืออาชีพดูก่อนก็ได้ เพราะถึงจะเที่ยวคนเดียวก็ยังมีเพื่อนร่วมทริปที่มีใจเดียวรักการท่องเที่ยวเหมือนๆ กับเรา

2.ศึกษาหาข้อมูลสถานที่ที่จะไป

ก่อนจะเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวใด ก็ควรศึกษาหาข้อมูลของสถานที่นั้นๆ ก่อน โดยเฉพาะเรื่องศิลปวัฒนธรรม บรรทัดฐานของสังคมที่เราจะไป ที่สำคัญ อย่าลืมหาข้อมูลในการรับมือกับปัญหาล่วงละเมิดทางเพศที่อาจจะเกิดกับเราไว้ด้วย

3.หาวันว่างจากทัวร์แล้วเที่ยวเอง

ในกรณีที่เราซื้อทัวร์ไป อาจปลีกตัวมาลองเที่ยวเองคนเดียวแบบ “วันเดย์ทัวร์” ดูก่อนก็ได้ แต่ก็ไม่ควรแยกตัวออกจากกรุ๊ปทัวร์ตลอดทั้งทริป เพราะการอยู่กับทัวร์นอกจากจะปลอดภัยกว่าแล้ว ก็ยังได้เที่ยวสถานที่ต่างๆ จำนวนมากในระยะเวลาจำกัด

4.ท่องไว้ว่า “น้อยแต่มาก”

การท่องเที่ยวคนเดียว สิ่งสำคัญที่ควรทำคือ กระเป๋าควรมีแค่ใบเดียว ไม่ควรแบกอะไรหนักเกินไป และควรใช้เป้มากกว่ากระเป๋าเดินทาง เพราะนอกจากจะสะดวกในการพกพาแล้ว ก็ยังช่วยให้เราปลอดภัยจากมิจฉาชีพได้มากกว่าด้วย

5.อย่าเลือกไฟลท์ที่ถึงจุดหมายปลายทางตอนดึก

ถ้าต้องไปสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยตามลำพัง ควรเลี่ยงไฟลท์เดินทางที่ถึงจุดหมายปลายทางตอนดึก เพราะนั่นอาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาคนเดียว ดังนั้น ควรเลือกเดินทางให้มาถึงที่หมายในช่วงกลางวันจะดีกว่า

6.ทำตัวให้เหมือนคนท้องถิ่น

พยายามทำตัวให้ดูเหมือนคนท้องถิ่น แทนที่จะประกาศให้โลกรู้ว่าเราคือนักท่องเที่ยว เพราะจะช่วยให้เราปลอดภัยจากมิจฉาชีพได้ง่ายกว่า อีกทั้งยังช่วยให้ต่อราคาของได้ง่ายขึ้นด้วย

7.ติดต่อสื่อสารกับครอบครัว

ด้วยเทคโนโลยีของการสื่อสารยุคนี้ ช่วยให้เราติดต่อกับคนทางบ้านได้ง่ายขึ้น สิ่งที่ควรจะทำคือแจ้งให้ครอบครัวทราบทันทีเมื่อไปถึงสถานที่นั้น และควรถ่ายภาพ และเขียนรายละเอียดต่าง ๆ ไว้หลังไมค์ เพื่อให้ทางบ้านทราบว่าช่วงเช้าและช่วงเย็นของแต่ละวัน เราอยู่ที่ไหนและทำอะไร เผื่อในกรณีที่เกิดอะไรขึ้น คนที่บ้านจะได้รับรู้อย่างทันท่วงที

8.เรียนรู้การขอความช่วยเหลือ

เมื่อต้องเดินทางคนเดียวในที่ไม่คุ้นเคยโดยเฉพาะต่างประเทศ ก็ควรจะศึกษาคำพูดที่ประเทศนั้นๆ ใช้ในการขอความช่วยเหลือด้วย แต่ถ้าไม่รู้ว่าต้องพูดอย่างไร ก็อาจใช้การตะโกนเสียงดังๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะเป็นการส่งสัญญาณที่เป็นสากลว่า คนนั้นๆ กำลังตกอยู่ในอันตราย

9.ทำตัวเองให้มั่นใจ

เป็นธรรมดาที่การเดินทางตามลำพังจะทำให้เราเกิดอาการกลัว หรือประหม่าขึ้นได้ แต่นั่นจะทำให้เราตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่ประสงค์ดีได้ เช่นกัน ดังนั้น สิ่งที่ควรจะทำคือสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองว่าเราเป็นคนที่ฉลาด และเป็นคนที่แข็งแกร่งได้มากกว่าที่คิดไว้

10.เลือกคนที่จะถามทาง

แน่นอนว่าการเดินทางคนเดียวอาจมีหลงทางกันบ้าง หรือบางครั้งก็ไม่แน่ใจว่าสถานที่ที่จะไปอยู่ตรงไหน ซึ่งการถามคนท้องถิ่นหรือคนในพื้นที่จะสามารถช่วยเราได้ ซึ่งคนที่มากันเป็นครอบครัว หรือหญิงสูงวัย มักเป็นกลุ่มที่พร้อมให้ความช่วยเหลือกับคนแปลกหน้ามากที่สุด

ฮอตมาก! อินดี้ หุ่นแซ่บ วาววา เซ็กซี่บิกินี่แดง เปิดฉาก “ลูบคมกามเทพ“

เป็นการเปิดเรื่องที่พูดได้คำเดียวว่าหนุ่มๆ ทั้งหลาย โปรดเตรียมผ้ามาซับเลือดกำเดากันให้พร้อม เพราะนางเอก “วาววา-ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด” ในบทของ “การะเกด” พีอาร์สาวสวยเจ้าแม่อีเวนต์ของบริษัทคิวปิดฮัท ที่ลงทุนมาชุดว่ายน้ำอวดหุ่นแซ่บเซี๊ยะ ในละคร “ลูบคมกามเทพ” เรื่องที่ 4 ของซีรีส์ “The cupids บริษัทรักอุตลุด” ถึงขนาดหนุ่ม “อินดี้-อินทัช เหลียวรักวงศ์” พระเอกของเรื่องยังตะลึงในความเซ็กซี่ จนแทบไม่กล้าละสายตาจาก “วาววา” เลยทีเดียว เล่ามาขนาดนี้ถ้าไม่มีภาพมาฝากเพื่อเรียกน้ำย่อยก็กระไรอยู่

โดยเรื่องราวเป็นตอนที่ โรสรินทร์ (เกรซ-รัชณมนทร์) จินตนาการเขียนนิยายถึงพี่สาวตัวเองนั่นก็คือ การะเกด (วาววา-ณิชารีย์) ว่ากำลังวิ่งเล่นอยู่ริมชายหาด และเล่นน้ำอย่างเพลิดเพลิน จู่ๆ การะเกดเกิดเป็นตะคริว จึงร้องขอความช่วยเหลือ แล้วชายหนุ่มสุดหล่ออย่าง แดเนียล (อินดี้-อินทัช) ที่กำลังเดินเล่นอยู่ได้ยินเสียงร้องขอให้ช่วย ก็เลยกระโจนลงทะเลช่วยอุ้มขึ้นจากน้ำ และผายปอดช่วยชีวิต ซึ่งเบื้องหลังฉากนี้ “พี่ซ้ง-ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์” ผู้กำกับถึงกับรีเควชวาววาเป็นพิเศษว่าจะวิ่งยังไงก็ได้ แต่ต้องให้ดูเซ็กซี่ที่สุด โอ้โห!!! ดูจะเป็นงานยากไม่น้อย แต่งานนี้วาววาก็ทำออกมาได้ชนิดที่เรียกว่า เซ็กซี่จนเลือดกำเดาพุ่งปรี๊ด เพราะแค่ชุดบิกินี่แดงตัวจิ๋ว ก็เร่าร้อนไม่แพ้สภาพอากาศเลย แถมยังดูเผ็ดซี๊ดมากกว่าซะด้วย ซึ่งวาววาก็อินเนอร์มาเต็ม วิ่งไม่กี่เทคก็ผ่านฉลุย

ส่วนหนุ่มอินดี้ก็เซ็กซี่ไม่แพ้นางเอก เพราะมาในกางเกงขาสั้นตัวเดียว โชว์แผงอกกล้ามแน่นๆ แถมสีผิวขาวสะท้อนแสงหล่อทะลุแดดมาเลยทีเดียว และหุ่นแมนๆ ยังไม่พอ ใจยังแมนกว่าอีก เพราะแค่ตอนซ้อมก็รีบเอ่ยปากขออนุญาตวาววาที่ต้องเข้าฉากแบบถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้ แล้วยังหาผ้าคลุมมาให้เพื่อกันโป๊อีกด้วย หลังจากนั้น ผกก.ซ้ง ก็สั่งเดินเทปถ่ายทำจริง ทันที อินดี้เดินถอดเสื้อโชว์กล้ามล่ำๆ อยู่ริมหาดคนเดียว สักพักก็ให้คิวอินดี้หันไปเห็นวาววาจมน้ำ จึงรีบกระโดดลงไปช่วยแล้วอุ้มขึ้น มาวางวาววาลงอย่างทะนุถนอมลงที่หาดทรายขาว แต่วาววาไม่ได้สติ ก็เลยช่วยผายปอดให้ เมื่อได้ภาพสมใจอยาก ผู้กำกับก็สั่งคัท และขอเช็คเทปก่อน แต่ก็เห็นว่ายังได้มุมภาพไม่ครบจึงขอถ่ายเพิ่มโดยเปลี่ยนมุมกล้อง นักแสดงจึงเล่นเพิ่มให้อีก 2 เทค เป็นอันเสร็จเรียบร้อย งานนี้สั่งคัทปุ๊บ!! สองนักแสดงก็รีบขึ้นมาจากน้ำทันทีด้วยอาการหนาวสั่น พี่ๆ ทีมงานก็เตรียมผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ไว้รอรับอยู่แล้ว งานนี้อินดี้เจอแดดแผดเผาเกือบค่อนวันจากที่ตัวขาวออร่าพุ่ง กลายเป็นตัวแดงเถือกไปทั้งร่าง ส่วนหน้าก็แดงไม่แพ้กัน แต่อันนี้ไม่แน่ใจว่าหน้าแดงกล่ำ ที่เห็นนั่นเป็นเพราะแดดหรือเขินที่เห็นวาววาใส่บิกินี่กันแน่นะ!

เคน-น้ำตาล โชว์สวีทหวานกลางสะพานมอญ ส่งท้าย “กามเทพออนไลน์“

ลุ้นกันจนเหนื่อยว่าความรักของทนายโรมกับแพรวพราว ในละคร “กามเทพออนไลน์” จะได้ลงเอยเมื่อไร เพราะตั้งแต่ต้นเรื่องมาทั้งคู่ก็คอยจิกกัดทะเลาะกันไม่หยุดไม่หย่อน เมื่อมาถึงคราวอวสานคู่จิ้นฟันจอบบอกเลยว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง จากคู่กัดขอปรับเปลี่ยนมาเป็นโหมดสวีทกันบ้าง โดยฉากหวานๆ นี้ พี่หนึ่ง-ชัชวาล ศาสวัตนกูน ผู้กำกับ ยกกองกันไปถ่ายทำกันไปไกลถึง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อเก็บภาพความโรแมนติกบวกกับบรรยากาศสวยงามมาฝาก รับรองว่าแฟนๆ ต้องได้ฟินยิ่งกว่าฟินแน่นอน โดยฉากนี้เป็นเรื่องราวหลังจากที่ แพรวพราว (น้ำตาล-พิจักขณา) รู้ความจริงว่า โรม (เคน-ภูภูมิ) คือลุงแพนด้าที่แชทกับพราวมาโดยตลอด โรมตามง้อพราวเพื่ออธิบายความจริง จนพราวเข้าใจและยอมเปิดใจ ทั้งคู่สารภาพรักกันกลางสะพานมอญ ท่ามกลางสายหมอก สายน้ำ

แต่ก่อนที่จะไปถ่ายฉากง้อแสนโรแมนติกของสองพระนาง ซึ่งก่อนวันถ่ายทำ 1 วัน พี่หนึ่ง ผู้กำกับ จู่ๆ ก็เกิดไอเดียขอเก็บภาพบรรยากาศการตักบาตรยามเช้าของชาวมอญเพิ่มเติม เพื่อให้คนดูได้เห็นวัฒนธรรมของชาวมอญ พี่หนึ่งเลยนัดทีมงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพราะเราใช้สถานที่จริง พระจริง จึงเป็นการใส่บาตรกับที่ไม่สามารถถ่ายซ้ำได้อีก และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศพี่หนึ่งจึงแปลงโฉมสองพระนางเปลี่ยนลุคให้มาเป็นหนุ่มสาวชาวมอญ โดยน้ำตาลนุ่งซิ่น เคนนุ่งโสร่ง ปะแป้งตามแบบฉบับชาวมอญเป๊ะๆ เรียกว่ากลมกลืนกับชาวบ้านที่สุด ซึ่งทั้งคู่ก็ตื่นเต้นมากเพราะเป็นการใส่ชุดมอญครั้งแรก เมื่อชุดพร้อมสองคนก็ต่างผลัดกันถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้ดูเป็นที่ระลึก พอได้เวลาพระใกล้จะมาบิณฑบาตแล้ว ทีมงานทุกคนต่างก็มาเตรียมพร้อมสองพระนางก็เข้าฉากตักบาตรดูเป็นภาพที่น่ารัก และเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากเรียกว่าทั้งคู่นี้อินเนอร์มาเต็ม จนชาวบ้านที่มามุงดูเผลอยิ้มและฟินไปกับความน่ารักของสองคนนี้ พอตักบาตรเสร็จก็ได้เวลาย้ายมาตรงที่กลางสะพานมอญที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของสังขละบุรี

โดยเริ่มที่เคนเดินมาเจอน้ำตาล ขอโทษน้ำตาลที่ปิดบังความจริงเรื่องลุงแพนด้า พร้อมทั้งสารภาพรัก และบอกความในใจว่าตนหลงรักน้ำตาลตั้งแต่เป็นแก้วหน้าม้าตอนอยู่มหาวิทยาลัย ทำเอาน้ำตาลน้ำตาคลอด้วยความตื้นตัน เคนก็บรรจงสวมสร้อยคอให้สาวน้ำตาล ทั้งคู่ต่างสบตากันหวานซึ้ง เคนกำลังจะโน้มตัวหอมแก้มน้ำตาล ทีมงานก็กำลังฟินกันหน้ามอนิเตอร์ แต่แล้วน้ำตาลดันพูดผิดเผลอหลุดขำออกมาซะก่อน แถมซีนหวานนี้ยังมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมายืนมุงกันเต็ม ทำเอาหวานน้ำตาลเล่นไม่ออกเลยทีเดียว งานนี้จึงต้องดึงสติให้น้ำตาลทำสมาธิใหม่แล้ว ค่อยเริ่มเทคสองกันต่อ คราวนี้ก็เคนก็จ้องส่งตาหวานซึ้งแบบไม่กระพริบ น้ำตาลเขินอายเคนก็เชยคางขึ้นมาพร้อมโน้มตัวเข้าไปจูจุ๊บ รับประกันได้ว่าแฟนคลับคู่จิ้นฟันจอบฟินจิกหมอนกระจายส่งท้ายละครตอนจบแน่นอน แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ผู้กำกับยังอยากคืนกำไรให้กับผู้ชม โดยพาสองนักแสดงไปตะลุยถ่ายชอตสวยๆ อาทิ เจดีย์สามองค์ , วัดวัดวังก์วิเวการาม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดหลวงพ่ออุตตมะ ฯลฯ เรียกว่าสองเด้งได้ดูละครเรื่องราวน่ารักแล้ว ยังได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนหลายที่มาฝากคุณชมด้วย ถือเป็นฉากจบที่สมบูรณ์แบบเพอร์เฟคที่สุด ห้ามพลาด!!!

เผยสาเหตุที่ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ไม่ได้ขึ้นคอนเสิร์ตช่อง 3

นักแสดงขนกันมาทั้งช่อง สำหรับคอนเสิร์ตการกุศลฉลอง 47 ปีช่อง 3 “Love is in the air Channel 3 Charity concert” ทั้งรุ่นเด็กใหม่เพิ่งแจ้งเกิด รุ่นซุป’ตาร์ และรุ่นตัวพ่อตัวแม่แถวหน้าอย่าง เคน ธีรเดช , แอน ทองประสม , ป๋อ ณัฐวุฒิ และ ศรีริต้า เจนเซ่น  แต่งานนี้หลายคนสงสัยว่าทำไมอีกหนึ่งนางเอกตัวแม่ของช่อง 3 อย่าง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ถึงไม่ได้ขึ้นคอนเสิร์ตร่วมกับดารานักแสดงคนอื่นๆ

โดยก่อนหน้านี้มีภาพเบื้องหลังออกมาว่า สาวเจนี่ ก็ไปซ้อมเช่นเดียวกับนักแสดงคนอื่นๆ แต่วันจริงกลับไร้เงา ซึ่งทาง คุณดิว ปิ่นกมล มาลีนนท์ ผู้บริหารช่อง 3 ได้โพสต์ภาพสาวเจนี่ใส่เฝือกที่ข้อเท้าซ้าย พร้อมใช้ไม้เท้าพยุงตัว และข้อความระบุว่า…

“อีกหนึ่งคนสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับคอนเสิร์ตนี้ เจนี่ นางแข็งแกร่งมาก ซ้อมกันอย่างหนักจนถึงวันสุดท้าย เกิดอุบัติเหตุพลาดในวันซ้อมใหญ่ เสียดายมากจริงๆที่ทุกคนไม่ได้เห็นโชว์สุดพิเศษของเจน ขอบคุณมากนะคะเจนที่ทุ่มเทเพื่อคอนเสิร์ตของพวกเรา หายไวๆน้าาา” ปีก่อนก็ตกรถในงานฟุตบอลของช่อง ปีนี้ก็มีประสบอุบัติเหตุอีก น่าเสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้เห็นโชว์นี้ เพราะระดับเจนี่ไม่เคยมีคำว่าธรรมดา ขอให้หายเจ็บไวๆนะคะ

“กวินท์” โพสต์ความในใจสุดซึ้ง หลังชีวิตทหารเกณฑ์จบลง

นักร้องหนุ่ม “กวินท์ ดูวาล” เป็นหนึ่งดาราคนดังที่ได้เข้าประจำการเป็นทหารเกณฑ์เมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดเขาก็ฝึกฝนในชีวิตเป็นทหารเกณฑ์ครบกำหนด และได้ปลดประจำการประจำปี พร้อมๆ กับเพื่อน ไม่ว่าจะเป็น เอี๊ยง สิทธา, หลุยส์ เฮสดาร์ซัน และ ชาโน่ แพมเบอร์เกอร์

หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว หนุ่มกวินท์ ที่กำลังสนุกกับชีวิตและทำงานเพลงของตัวเองอยู่ ตัดสินใจจับใบดำ-ใบแดงเสี่ยงดวงในการคัดเลือกทหารเกณฑ์ที่บ้าน จ.ชลบุรี แต่ผลปรากฏว่าเขาจับได้ใบแดง ทำให้ต้องเข้าเป็นทหารประจำการผลัดแรกในทันที ช่วงเวลานั้นเจ้าตัวรู้สึกตกใจและไม่ได้เตรียมใจรับเรื่องนี้มากก่อน แต่หลังจากผ่านไป 1 ปี ชีวิตในรั้วทหารและการฝึกฝนทางวินัย ทำให้เขากลายเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นความในใจของผู้ชายลูกครึ่งคนหนึ่งที่เดิมไม่ค่อยนิยมการอยู่ในกรอบ แต่ชีวิตทหารเกณฑ์เปลี่ยนทัศนคติของเขาไปได้

“มันจะไม่มีชีวิตแบบนี้อีกแล้ว ได้รสชาติใหม่ มิตรภาพที่ดี นอกเหนือจากนั้นแล้วได้เพื่อนใหม่ๆ ที่ไปกับเรา บางทีคุณคิดว่ามันน่ากลัว แต่ผมจะจำการเป็นทหารตลอดไป เพราะมันไม่ได้น่ากลัว ชีวิตมันก็มีขึ้นมีลงตลอดเวลาอยู่แล้ว มันก็เหมือนการเป็นทหารนั่นแหละ มันก็ต้องมีบ้างที่จะท้อ ที่จะมีความสุข ที่จะเหนื่อย ก็แค่อยากขอบคุณทุกอย่าง เพราะว่าอารมณ์ของการท้อหรือเหนื่อยหรือมีความสุขจะเป็นบทเรียนสำหรับชีวิตของผมที่จะทำให้ผม แข็งแรงขึ้นและโตขึ้น ขอบคุณนะ ไม่ได้ดราม่านะจ๊ะ”

‘ต้นหอม’ เผยหมดเปลือกเรื่องปวดๆ ในชีวิต

พิธีกรชื่อดัง “ต้นหอม”ศกุนตลา ร่วมแชร์ประสบการณ์แบบตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องเจ็บปวดในชีวิต “ต้นหอม”ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ สาวมั่นที่ทั้งสวยทั้งเก่ง ซึ่งปัจจุบันนี้ทำงานตลอด 7 วันเต็มแทบไม่ได้พัก จนบางครั้งทำให้สุขภาพกายและสุขภาพใจเริ่มแปรปรวน ยิ่งถ้าเป็นช่วงวันนั้นของเดือน ยิ่งทำให้เครียดหนักกว่าเดิมหลายเท่า เพราะต้องทรมานกับความปวดของผู้หญิงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่โชคดีที่ได้มีโอกาสมาร่วมแชร์ประสบการณ์ตรงเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเรื่องปวดๆในงานสัมมนา “เรื่องปวดปวดในชีวิตประจำวันของผู้หญิง” โดย ต้นหอม-ศกุนตลา เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์เจ็บปวดนี้ว่า

“ก่อนอื่นหอมต้องขอขอบคุณมากเลย ที่เชิญให้หอมมาร่วมแชร์ประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นจริงในงานสัมมนาครั้งนี้ บอกเลย ว่าความทรมานจากการปวดช่วงวันนั้นของเดือน หอมเป็นมาตลอดและเป็นทุกครั้ง เวลาที่ร่างกายเราเจ็บป่วย มันก็จะส่งผลไปถึงจิตใจเราด้วย ทำให้เราทำงานด้วยความทรมานและไม่มีความสุขเลย นั่งนับเวลาว่าเมื่อไหร่จะเสร็จงานซะที ยิ่งถ้าเดือนไหนหอมเป็นไมเกรนร่วมด้วยแล้วล่ะก็ เรียกว่าความเจ็บปวดคูณสองเลย ซึ่งล่าสุดกำลังจัดรายการสดทางวิทยุอยู่เกือบจะทำงานไม่ไหวจริงๆ มันทรมานมาก แต่โชคดีที่หอมพกยาแก้ปวดประจำเดือนปวดหัวพกติดตัวไว้ตลอด คือเป็นยาสามัญประจำตัวหอมเลย ทำให้อาการปวดทุกอย่างบรรเทาลงได้อย่างรวดเร็ว”ต้นหอมกล่าว

ส่วนเรื่องความรักกับ “ซัน”ซันประชากร ตอนนี้นั้น ต้นหอมกล่าวว่า ไม่มีเรื่องให้ต้องปวดใจอีกแล้ว ให้โอกาสกัน กลับมาดูแลซึ่งกันและกันเหมือนเดิม โดยหอมเปิดใจเคลียร์ทุกประเด็น “ซันอยากให้เราพูดความจริงทุกเรื่อง ไม่โกหก กลับมาเป็นตัวเอง ตอนนี้เรายอมทุกอย่างเหมือนถูกยึดอำนาจ เชื่อว่าจะนำเราไปในทางที่ดี หอมไม่แคร์เรื่องอายุ หอมศรัทธาเรื่องความคิดมากกว่า ขอบคุณและดีใจที่ได้โอกาสอีกครั้ง และไม่ชอบคำว่า สร้างกระแส หอมว่าดารา คือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง หอมเป็นดาราที่ไม่ปิดเรื่องส่วนตัว เพราะฉะนั้นทุกๆ เรื่องส่วนตัว จึงมีกระแสออกไปเรื่อยๆ หอมไม่ห้ามความคิดคนที่บอกว่าหอมสร้างกระแส”ต้นหอมกล่าวสรุป

อ้าวเฮ้ย! “อะตอม” ซุ่มคบ “เตย” ทายาทสิงห์

หลังนักร้องหนุ่ม อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม เจ้าของเพลงฮิต อ้าว ออกมาประกาศว่าเลิกรากับแฟนสาวบล็อกเกอร์คนดัง แนนซี่-นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์ ได้ไม่นาน ก็มีเสียงเมาท์ว่าฝ่ายชายซุ่มปลูกต้นรักใหม่กับสาว เตย-ปรีดิ์รติ ภิรมย์ภักดี ทายาทเบียร์สิงห์ซะแล้ว โดยสาวแนนซี่อดีตหวานใจยังโพสต์ไอจีสื่อถึงการโกหก ซึ่งหลายคนเดาว่าหมายถึงหนุ่มอะตอมนี่แหละ เจอตัวหนุ่มอะตอม ที่งาน จู๊กซ์ ไทยแลนด์ มิวสิก อวอร์ด 2017 ที่เซ็นเตอร์พ้อยท์ สตูดิโอ ซอยลาซาน เลยเปิดใจถึงข่าวนี้ทันที

อะตอม เผยว่า คนโยงว่าแนนซี่โพสต์เหน็บผม อันนี้เราห้ามไม่ได้จริง ๆ ในเรื่องความคิดคนอื่น แต่พูดตามตรงคือผมก็มีโอกาสเห็นคอมเมนต์และฟีดแบ็กจากหลายทาง แต่เราขอไม่เถียงดีกว่า คงไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะเราได้บอกสิ่งที่มันเป็นจริงผ่านการสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดแล้ว ผมยอมรับว่าได้ดูรูปที่เขาโพสต์แล้วแต่ไม่นอยด์นะ เข้าใจได้ว่าเขาจะรู้สึกไม่ดีหรือไม่เข้าใจหลายอย่าง เพียงแต่ว่าเราพูดออกไปแล้ว และเหตุผลในการสัมภาษณ์ที่ไม่ขอลงรายละเอียดการเลิกกัน เพราะมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างรุนแรงสำหรับเรา ส่งผลกระทบต่อจิตใจค่อนข้างมากในตอนนั้น

ส่วนที่มีข่าวว่าผมกำลังสานสัมพันธ์กับคุณเตยอยู่ ก็ไม่ใช่นะครับ เรามีโอกาสเจอกันตามงานต่าง ๆ มากกว่า เพราะหลัง ๆ ผมไปเล่นดนตรีงานของสิงห์เยอะ ก็จะรู้จักผู้ใหญ่และพี่ ๆ หลายท่าน เจอคุณ ต๊อด-ปิติ คุณเต้-ภูริต เจอคุณเตย แต่ไม่มีอะไร เราเป็นเพื่อนกัน ที่สำคัญเราไม่มีการพูดคุยสนิทสนมกันจนเกินเลย ไม่ถึงขนาดมีไลน์ส่วนตัว คุยกันตามงานมากกว่า ส่วนรูปผู้หญิงหันหลังที่ผมโพสต์ลงไอจี ไม่ใช่คุณเตย ผู้หญิงในรูปคือน้องสตาฟฟ์นักศึกษาที่มาดูแลเรา พวกผมตอนไปทัวร์คอนเสิร์ตที่อังกฤษเห็นว่าแสงตรงนั้นสวยเท่ดีเลยถ่ายรูปไว้แค่นั้นเองครับ.

“เจมส์”เริ่มเก็บเงินแต่ง”โฟกัส”

เรียกว่าหวานจนนํ้าตาลเรียกพี่ สำหรับคู่ของหนุ่ม เจมส์-กิจเกษม แมคแฟดเดน และนักแสดงสาว โฟกัส จีระกุล ที่คบหากันมาจะครบ 2 ปีแล้ว ความรักยิ่งดูหวานขึ้นเรื่อย ๆ พอเจอตัวหนุ่มเจมส์ เลยอัพเดทอนาคตของความรักครั้งนี้ มองไกลวางแผนไปถึงไหนแล้ว

เจมส์ เผยว่า ความรักกับโฟกัสก็แฮปปี้มากครับ ใกล้ครบรอบ 2 ปีแล้ว เตรียมของขวัญฮา ๆ ตามสไตล์เรานี่แหละ เราสองคนเข้ากันได้ดีมาก จะหวานก็หวาน ตลกก็ตลก เพี้ยนไปเลยก็มี เป็นความสัมพันธ์ที่สนุก เพราะไม่ได้แคร์ว่าคนอื่นจะมองยังไง ขอแค่มีความสุขก็พอ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเพิ่งรู้สึกว่านี่แหละคือความรัก งอนกันบ้างก็พร้อมจะง้อเขาเต็มที่ ผมยอมเขาเยอะมาก เกิดมาไม่เคยยอมใครขนาดนี้ แต่เป็นการยอมที่รู้สึกดี ไม่ได้ฝืนทำ ถามว่าคาดหวังความรักครั้งนี้ยังไง ตอนนี้อายุ 27 ปีก็คิดไว้ไม่น่าเกิน 30 ปีคงแต่งงาน ตอนนี้ก็เร่งหาเงิน

ตั้งแต่คบกับโฟกัสผมเก็บเงินเยอะมาก เริ่มวางแผนซื้อบ้านให้อยู่ใกล้กันมากขึ้น เพราะน้องซื้อบ้านให้ครอบครัว ถ้ามีข่าวดีเร็ว ๆ นี้ได้ก็ดีนะ แต่ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ต้องคิดถึง คุณแม่น้องผมก็คุยบ้าง แต่จะไปเร่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้ เชื่อว่าครอบครัวน้องสัมผัสได้ว่าเรามาดี อยากอยู่ยาว แม่ก็เคยแซวว่าให้สินสอดมาเท่าไหร่ก็ให้คืนเท่านั้นแหละ คุยกันขำ ๆ ครับ เรื่องลูกผมก็อยากมี แต่ไม่ได้รู้สึกว่าสำคัญขนาดนั้น เลี้ยงหลานก็ได้ ให้ถึงวันที่พร้อมจะเทความรักให้ใครอย่างเต็มที่ค่อยมีลูกก็ได้ครับ.